ปฏิรูปสื่อ EP.01 : สมควรหรือไม่ ละเมิดสิทธิ์ขณะทำข่าว
การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการเสียชีวิตของคุณปอ ทฤษฎี สงวงษ์ ทันทีที่ภาพการทำหน้าที่ของช่างภาพและสื่อมวลชนตั้งแต่วินาทีที่มีการไปรับศพคุณปอ ทฤษฎี ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จนกระทั่งไปถึงวัดกลางพระอารามหลวง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ปรากฏบนโลกออนไลน์ให้ได้เห็น ทำให้หลายๆ คนทำให้กองทัพนักข่าว ช่างภาพ พยายามจะรุมล้อมที่ร่างของคุณปอ ทฤษฎี จนกระทั่งญาติ ครอบครัวหรือพระต้องถูกกันออกไปบริเวณด้านนอก จนสังคมตั้งคำถามว่า มาตรฐานจริยธรรมสื่อของวงการสื่อ ไม่เพียงแต่วงการสื่อบันเทิง แต่นับรวมไปถึงวงการสื่ออื่นๆ อยู่ตรงไหน
แทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นการทำงานที่ดูไม่เหมาะสมของสื่ออย่างเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น หากมองย้อนไปถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยน้ำมือของผู้สื่อ มีผู้ตกที่เป็นเหยื่อของสื่อมวลชนไม่น้อยเลยทีเดียว ดังเช่น คุณแตงโม อดีตภรรยายอันเป็นที่รักของโตโน่ กรณีกินยาล้างห้องน้ำประชดรัก, คุณสิงห์ อดีตนักร้องนำวง Squeeze Animal กรณีช้ำรัก กระโดดลงจากคอนโด เสียชีวิต และล่าสุดก็มาถึงคุณปอ ทฤษฎี พระเอกชื่อดังสังกัดช่อง 3 ผู้ซึ่งป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก และล่าสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว สื่อได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นหรือไม่ ทำงานดีขึ้นหรือไม่ หลายสิ่งหลายอย่างเหมาะสมหรือไม่ นี่คือคำถามที่อยู่ในใจผู้รับสารตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
หากมองย้อนกลับไปจะพบว่าหน้าที่โดยหลักของสื่อที่มีมาตั้งแต่เนิ่นนานมาแล้ว คือ ต้องรับผิดชอบต่อสังคม แต่สื่อมวลชนบางพวกก็พยายามจะอ้างว่า ข่าวน้ำดีขายยาก อยากขายข่าวได้ต้องตามกระแส ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สมควรแล้วหรือ
สื่อมวลชนนับเป็นสถาบันที่แสดงความคิด ความเคลื่อนไหวในรูปร่างของข่าวสาร เป็นสื่อกลางในการนำข่าวสาร สาร เนื้อหาทุกประเภทไปยังมวลชน เป็นสะพานระหว่างประชาชนต่อรัฐบาลและของรัฐต่อประชาชน อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ให้มีการสื่อสารระหว่างประชาชนต่อประชาชน สื่อมวลชนจึงนับว่ามีความสำคัญต่อสังคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศที่มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ฉะนั้นบรรดาสื่อมวลชนที่อยู่ในประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจึงเปรียบเสมือน หมาเฝ้าบ้าน หรือ ผู้รักษาประตู โดยทำหน้าที่เป็นหู เป็นตา เป็นขา เป็นแขนของประชาชน คอยให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นธรรม แก่ประชาชนทุกระดับ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล และตรวจสอบความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณะ
หากแต่ในปัจจุบัน ประเด็นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนกลับถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานมานานหลายปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของจริยธรรม จรรยาบรรณสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว อย่างกรณีข่าวการเสียชีวิตของ คุณปอ ทฤษฎี ที่สังคมได้ออกมาวิพากษ์การทำงานของสื่อว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีสื่อหลายสำนักพยามเก็บภาพและยิงคำถามที่ไร้จรรยาบรรณ จากกระแสสังคมที่ออกมาวิพากษ์การทำงานของสื่อจึงแสดงให้เห็นว่า สื่อไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเพราะประชาชนอยากรู้ ซึ่งในทุกวันนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าประชาชนเองก็ไม่ได้ต้องการภาพหรือข่าวที่ไร้จรรยาบรรณ หากการทำงานยังมีความคิดแบบเดิมก็เหมือนกับสื่อเป็นแค่ผ้าสกปรก พยายามเช็ดโต๊ะให้สะอาด
สื่อมวลชนจึงควรตระหนักหนึกสิทธิที่มี นำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง มิใช่นำสิทธินั้นไปละเมิดสิทธิมนุษย์ชน แล้วอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน
สื่อมวลชน นักข่าว และช่างถ่ายภาพได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อตัวคุณปอ ทฤษฎีและครอบครัวเป็นอย่างมากในขณะทำหน้าที่รายงานข่าว ดังเช่น กรณีนักข่าวเข้าไปถ่ายรูปเซลฟี่กับคุณโบแวนด้า และน้องมะลิทั้งๆ ที่เขากำลังเสียใจอยู่ ซึ่งควรใส่ใจความรู้สึกผู้เป็นญาติและดูความเหมาะสม, กรณีนักข่าวยิงคำถามที่ไม่เหมาะสม ซึ่งควรนึกถึงใจเขาใจเรา, กรณีสื่อทำตัวเสมือนนักย่องเบา ติดตามคุณโบว แวนด้า และน้องมะลิไปทุกที่ เพื่อรายงานสดทุกขณะย่างก้าว, กรณีเอาภาพเคลื่อนย้ายศพไมเคิล แจคสัน มาปลอมว่า คุณปอ ทฤษฎี ได้เสียชีวิตลงแล้ว และที่ร้ายแรงที่สุดคือ กรณีสื่อมวลชนทลายแผงกั้นเข้ามาจนบังญาติและพระเพื่อกรูเข้ามาถ่ายร่างคุณปอ ทฤษฎี อย่างกระหายภาพแบบหาที่สุดมิได้ นับเป็นเหตุการณ์ที่ละเมิดสิทธิ์เป็นอย่างมาก
สื่อหลายสำนักให้เหตุผลว่า ณ เวลานั้นก็ยอมรับว่าขาดสติ บ้างก็บอกว่าทำเพราะบรรณาธิการกองสำนักพิมพ์สั่ง บ้างก็ว่าภาพแบบนี้ขายได้ บ้างก็บอกว่ามันเป็นเหตุจำเป็นที่จะต้องลืมกฎเกณฑ์กันไปบ้าง ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามล้วนเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นทั้งสิ้น สื่อมวลชนไม่ควรที่จะเมิงแต่เชิงการค้าอย่างเดียว ควรตระหนักถึงเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณด้วย ไม่เพียงแต่สิทธิ์ที่ครอบครัวของผู้ตกเป็นเหยื่อข่าวพึงได้รับ แต่สิทธิ์ในการรับชมภาพของผู้รับสารก็ควรเป็นสิ่งที่สื่อต้องตระหนักด้วย ภาพบางภาพอาจขายได้ แต่นั่นไม่ได้หมายว่าภาพนั้นดีหรือเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปอยากดู
ในส่วนทางออกของการแก้ปัญหานี้ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ให้ความเห็นว่า “ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจสื่อจะต้องตระหนักถึงความเหมาะสม อย่าเน้นเรื่องเรตติ้งมากจนเกินไป ต่อจากนี้ควรออกคำสั่งมาที่กองบรรณาธิการให้เป็นการออกกฎกติกาปฏิบัติร่วมกัน หากทำได้ก็เชื่อว่าจะแก้ปัญหาในอนาคตได้ อีกทั้งในแต่ละองค์กรควรมีกรรมการตรวจสอบจริยธรรมคนในองค์กรของตัวเองทันทีที่มีคนมาร้องเรียน”
จึงมีคำถามว่า สื่อควรโดนควบคุมตีกรอบการทำหน้าที่หรือไม่ หากสื่อโดนกีดกันในยามวิกฤตกับเรื่องที่จำเป็น อนาคตสื่ออาจทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงช่วยเหลือประชาชนไม่ได้อย่างแน่นอน สื่อมวลชนคือฐานนันดรที่สี่ มีสิทธิ์อำนาจมากกว่าใคร แต่ใช่ว่าจะใช้สิทธิ์นั้นละเมิดคนอื่นได้ และส่วนใหญ่สื่อมวลชนระยะหลังมานี้ก็ปฏิบัติตนเช่นนั้น สื่อเลยตกเป็นจำเลยของสังคมมาโดยตลอด
สภาวิชาชีพสื่อไม่ควรมีการออกใบประกอบวิชาชีพให้ผู้ทำหน้าที่สื่อมวลชน การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนแต่ละสำนัก บรรณาธิการบริหารควรมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจน หากสื่อมวลชนคนใดมีปัญหาด้านจริยธรรมแล้วองค์กรเพิกเฉย ก็เหมือนซุกฝุ่นไว้ใต้พรม แบบนี้คือปัญหาขององค์กรที่ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา
ถึงเวลาแล้วที่สื่อมวลชนต้องร่วมกันเปลี่ยนอุปสรรคเป็นโอกาสด้วยการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการนำเสนอข่าวและภาพเหตุการณ์พิเศษในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านบันเทิงอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของวิชาชีพสื่อมวลชน
"ร่วมกันเสพสื่อน้ำดี ไม่เสพสื่อละเมิด"
วิสุทธิภา เพียวริบุตร
13570575
ศรีสิทธิื วงศ์วรจรรย์ 13570580
ประเด็น: การละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชน




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น