วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ปฏิรูปสื่อ EP.05 : วีซ่านักข่าวต่างประเทศ ภัยร้ายอุดปากสื่อ


ปฏิรูปสื่อ EP.05 : วีซ่านักข่าวต่างประเทศ ภัยร้ายอุดปากสื่อ



ประเทศไทยได้มีการออกกฎใหม่ให้แก่นักข่าวต่างประเทศที่จะเข้ามาทำข่าวในประเทศไทย โดยผู้สื่อข่าวนั้นต้องมีสังกัดที่ชัดเจน ทำงานเต็มเวลา ที่สำคัญต้องไม่มีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความวุ่นวายหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเมื่อแถลงการณ์นี้ได้ออกใช้อย่างทางการแล้วผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้วิตกถึงเสรีภาพในการทำงานของพวกเขาในเมืองไทยเป็นอย่างมาก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้แถลงการณ์ว่า แนวทางที่ประกาศออกมามีการเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการออกวีซ่าอนุญาตแก่ผู้สื่อข่าว แต่อันที่จริงแล้วในทางปฏิบัติ เรื่องนี้ก็มีผลมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ช่างภาพข่าวบางคนไม่สามารถทำงานในประเทศได้อีกต่อไป

เช่นกันทางสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ออกมาแถลงการณ์ยอมรับว่า เป็นอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศที่จะกำหนดแนวทางหรือระเบียบในเรื่องนี้  แต่อยากขอให้เจ้าหน้าที่ไทยตีความแนวทางใหม่ในทิศทางที่จะช่วยให้นักข่าวสามารถทำข่าวและรายงานได้อย่างเสรีธรรม

ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแนวทางใหม่ในการออกวีซ่าให้กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ทำงานในไทย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แนวทางระบุถึงสิ่งที่สำคัญว่า  จะต้องทำงานมีสังกัดกับสื่อไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ โดยต้องทำงานเต็มเวลา ต้องรายงานเกี่ยวกับประเทศไทยในช่วงที่อยู่ในไทยซึ่งต้องยาวนานเกินสามเดือนขึ้นไป และมีข้อกำหนดว่าจะต้องไม่มีพฤติกรรมการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย อีกทั้งต้องไม่จงใจบิดเบือนข่าวสารด้วย



หนังสือของกระทรวงต่างประเทศระบุว่า แนวทางใหม่นี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.เป็นต้นไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแนวทางใหม่ในการออกวีซ่านี้ จะได้รับการช่วยเหลือด้วยการต่อวีซ่าที่มีอยู่ให้เป็นการชั่วคราวเพื่อให้สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้



โจนาธาน เฮด ประธานคณะทำงานด้านวิชาชีพของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า เป็นห่วงนักข่าวบางคนที่ทำงานในไทยมานานหลายปี โดยเฉพาะช่างภาพ จะไม่ได้รับอนุญาตหรือได้วีซ่า ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เหมาะควร ที่กระทรวงต่างประเทศจะพยายามทำให้ชัดเจนว่า มีเฉพาะนักข่าวที่แท้จริงเท่านั้นที่จะได้วีซ่าทำงาน แต่ก็เป็นห่วงที่แนวทางนี้จะมีผลกระทบต่อประชาคมผู้สื่อข่าวนานาชาติในไทยซึ่งมีความหลากหลายให้หดเล็กลง และที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความเข้าใจและความสนใจให้กับภูมิภาคนี้”

การที่ประเทศไทยทำเช่นนี้คงไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์ในประเทศเกาหลีเหนือหรือประเทศจีน นอกจากเราจะอุดปากสื่อในประเทศตัวเองไม่พอ ครั้นยังลามไปถึงสื่อต่างประเทศและนักข่าวอิสระแล้วด้วย เหตุการณ์เช่นนี้คือยุคมืดของประชาชนที่ยิ่งต้องการสิทธิเสรีภาพเท่าใด ยิ่งโดนกีดกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าปล่อยให้บ้านเมืองของเรา ณ เวลานี้ เป็นยุคทองของพวกนิยมเผด็จการแผ่รังสีทั่วหล้า

สังคมจะปราศจากปัญหาไปได้หากประชาชนได้รู้ความจริง สื่อมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความจริง แต่ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความสงบเรียบร้อย ดังที่ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้กล่าวไว้

แต่ปัจจุบันนี้สื่อนำเสนอความจริงไม่ได้แล้ว และสังคมก็จัดการอะไรไม่ได้ด้วย นับวันยิ่งมัวหมองเข้าไปมากขึ้นทุกที หากรัฐบาลยังไม่ปัดฝุ่นใต้พรมออก พรมนั้นคงสกปรกมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศไทยเองก็เช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครวีซ่าผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน : http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-typei.asp

วิสุทธิภา เพียวริบุตร 13570575
ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์ 13570580
ประเด็น: การละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น